ถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ “กล่องเหล็ก” เป็น Packaging บอกเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว! แต่ก้าวต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “จะใช้กล่องทรงไหนดี?” เพราะกล่องเหล็กไม่ได้มีดีแค่ความทนทาน แต่รูปทรงที่ต่างกันก็ให้อารมณ์และฟังก์ชันการใช้งานที่ต่างกัน
ทำความรู้จักกับกล่องเหล็กทรงมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากที่สุด จะมีแบบไหนบ้าง ไปดูกัน…
ทรงยอดนิยมตลอดกาลที่เราคุ้นตากันดี…

1. ทรงกลม (The Classic Round)
- เหมาะกับใคร: ใบชา, เมล็ดกาแฟ, คุกกี้, หรือแม้แต่เทียนหอม
- จุดเด่น: ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เป็นกันเอง และหยิบจับง่าย แถมงานพิมพ์ลายรอบกระป๋องยังทำให้สินค้าดูต่อเนื่องไม่มีสะดุด

2. ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า (The Elegant Rectangular)
ถ้าอยากได้ความเนี๊ยบ ความเป็นระเบียบ
- เหมาะกับใคร: ขนมปังกรอบ, ช็อกโกแลตบาร์, หรือชุดกิ๊ฟเซ็ตอุปกรณ์ไอที
- จุดเด่น: จัดวางบนชั้นวางสินค้า (Shelf) ได้สวยมาก ประหยัดพื้นที่ในการขนส่ง และให้ลุคที่ดูเป็นทางการและพรีเมียม

3. ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส (The Compact Square)
จิ๋วแต่แจ๋ว ต้องทรงนี้…
- เหมาะกับใคร: ลูกอม, ยาอม, เครื่องประดับ หรือของชิ้นเล็ก
- จุดเด่น: พกพาสะดวก ลูกค้ามักจะเก็บกล่องทรงนี้ไว้ใส่ของจุกจิกต่อหลังจากกินขนมหมดแล้ว ทำให้แบรนด์เราติดตัวลูกค้าไปทุกที่

4. ทรงสูง/กระป๋อง (The Tall Tin)
เพิ่มพื้นที่การโชว์กราฟิกได้
- เหมาะกับใคร: ขนมขาไก่, มันฝรั่งทอด, หรือเครื่องดื่มผง
- จุดเด่น: ดูโดดเด่นบนชั้นวางเพราะมีความสูงที่สะดุดตา และสามารถเลือกใช้ฝาแบบสูญญากาศเพื่อรักษาคุณภาพสินค้าข้างในให้ยาวนานขึ้นได้ด้วย

5. ทรงหัวใจหรือรูปทรงพิเศษ (Special Shapes)
- เหมาะกับใคร: สินค้าช่วงเทศกาล (วาเลนไทน์/คริสต์มาส), ของสะสม Limited Edition
- จุดเด่น: ดึงดูดสายตาได้ทันที และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล เพราะคนซื้อมักจะตัดสินใจซื้อเพราะ “ความสวยของกล่องเหล็ก” เป็นอันดับแรก
สรุปแล้ว เลือกทรงไหนดี ?
ถ้าคุณยังมีไอเดียอยู่แค่ในหัว แต่ยังไม่ชัวร์ว่าสินค้าของคุณจะใส่กล่องทรงไหนแล้วออกมา “เป๊ะ” ที่สุด… ทักมาคุยกับเราได้เลยครับ!
เรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำ เลือกขนาดที่พอดีกับสินค้า พร้อมช่วยดูเรื่องงานสกรีนให้สีสวยคมชัด รับรองว่าเปลี่ยนสินค้าธรรมดาให้ดูแพงจนลูกค้าต้องทักแน่นอน
